Animation

แม่มดน้อยกิกิ/Kiki's Delivery Service

posted on 25 Jun 2008 10:11 by baew-kun  in Animation



ชื่อไทย แม่มดน้อยกิกิ
ชื่ออังกฤษ Kiki's Delivery Service
ชื่อญี่ปุ่น 魔女の宅急便 / Majo no Takkyubin
กำกับโดย ฮายาโอะ มิยาซากิ
ปีที่ฉาย ค.ศ. 1989
ความยาว 102 นาที

ช่วงนี้มีการ์ตูนเก่าของค่ายกิ๊บลี่ซื้อลิขสิทธิ์เข้ามา ผมจึงมีโอกาสได้ไปซื้อมาเก็บไว้เพราะว่าชอบหนังการ์ตูนของเขามานานแ้ล้ว แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูมากนัก หลังจากซื้อมาดูแล้วก็ทำให้นึกถึงความหลังเก่าๆ บรรยากาศเก่าๆ ที่ดูอบอุ่นแบบสมัยนั้นได้ดี เรื่องแรกที่ดูแล้วเกิดอยากจะเอามาเล่าต่อก็คือเรื่อง แม่มดน้อยกิกิ เรื่องนี้สมัยก่อนจำได้ว่าเคยดูครั้งหนึ่งแต่ลืมไปมากจนแทบจำไม่ได้แล้ว และมีเป็นหนังสือด้วย

เนื้อเรื่องอันแสนเรียบง่ายมีอยู่ว่าเมื่อแม่มดมีอายุครบ 13 ปีตามธรรมเนียมแล้วจะต้องออกไปฝึกฝนตามลำพังในเมืองที่ไม่มีแม่มดคนอื่นอยู่เป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้ได้เป็นแม่มดเต็มตัว กิกิจึงออกเดินทางไปพร้อมกับแมวสีดำคู่หูจิจี๊ ระหว่างทางกิกิต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย จนเมื่อมาถึงเมืองใหญ่โคริโก้ กิกิได้ทำงานเป็นคนส่งของด้วยความสามารถแม่มดหนึ่งเดียวของเธอ ซึ่งก็คือการขี่ไม้กวาด และค้นหาตัวเองไปพร้อมกับการได้พบเพื่อนใหม่เพื่อเป็นแม่มดเต็มตัวให้ได้อย่างที่ตั้งใจ

จากการเดินเรื่องอันแสนง่ายแบบตรงไปตรงมาไม่มีหักมุม ไม่มีอะไรให้ตกใจหวือหวาแบบการ์ตูนสมัยนี้ เป็นบรรยากาศแบบการ์ตูนสมัยก่อนที่ใส่ข้อคิดหรือคติสอนใจให้ดูแล้วได้กลับไปคิดต่อได้อีกมากมาย โดยเรื่องนี้จะเป็นการบอกเล่าถึงการค้นหาตัวเองในการที่จะก้าวข้ามจากวัยเด็กไปสู่การเติบโตเพื่อเป็นผู้ใหญ่ ในตอนต้นกิกิอยากออกไปสู่โลกกว้างในเมืองถึงแม้แม่ของเธอจะบอกว่าเธอยังไม่พร้อมแม้แต่เรื่องขี่ไม้กวาดก็ยังไม่เอาไหนเลย ฉากนี้ผมประทับใจมากเพราะมันเป็นภาพของครอบครัวที่อบอุ่นที่พ่อแม่ห่วงใยลูกสาว เมื่อเธอต้องออกไปเจอกับโลกกว้าง แม่ของกิกินำไม้กวาดมาให้เธอใช้ในการเดินทางเป็นตัวแทนของความห่วงใยจากพ่อแม่ที่คอยห่วงใยเธอถึงแม้เธอต้องออกไปอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม เมื่อกิกิเริ่มออกบินก็ยังไม่เอาไหนอย่างที่แม่ว่า บินไปชนต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าต้นไม้แถวบ้านนั้นมีกระดิ่งผูกติดไว้เพื่อบอกให้รู้ว่า กิกิบินอยู่ตรงไหนแล้ว อย่างไม่ต้องสงสัยว่านั้นก็คือความเอาใจใส่จากพ่อแม่ของเธออีกเช่นกัน เมื่อไกลออกไปสิ่นเสียงกระดิ่งก็ถึงเวลาที่เธอต้องออกไปเจอโลกกว้างคนเดียวแล้ว

 

 

พอมาตรงนี้ก็จะเป็นการบอกถึงการเริ่มต้นเรื่องการเดินทางของกิกิกับจิจี๊แมวของเธอ กิกิต้องเจอกับพายุหนักระหว่างทาง จนต้องบินมาหลบในขบวนรถไฟที่ก็ไ่ม่อาจรู้ได้ว่ามันจะวิ่งไปที่ไหน เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นยามเ้ช้ากิกิก็ได้มาถึงเมืองใหญ่ที่ยังไม่มีแม่มดคนใดอยู่ กิกิได้เจอกับเจ้าของร้านขนมปังที่นั่นและเริ่มมีความคิดว่าเธอจะทำงานเป็นคนส่งของจากความสามารถแม่มดของเธอ กิกิเจอกับทอมโบ เด็กชายผู้ที่ใฝ่ฝันในเรื่องการบินและสนใจในเรื่องการขี่ไม้กวาดของเธอ แต่กิกิไม่ได้อยากคุยกับเขานัก และเรื่องราวการค้นหาตัวเองของกิกิก็เริ่มขึ้น ณ จุดนี้เอง

 

 

เมื่อผมดูเรื่องนี้จบความรู้สึกแรกที่ได้ก็คือ มันช่างเรียบง่ายเหลือเกิน แต่มันก็มีอะไรอัดแน่นอยู่ในความง่ายมากมาย กิกิในความคิดผมก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปที่ก็อยากแต่งตัวสวยๆ อยากไปเที่ยว อยากมีเพื่อน ได้ออกไปเปิดโลกกว้าง อยากทำนั่นทำนี่แบบเด็กสาวทั่วไปนั่นทำให้ตัวละครมีมิติมาก มากกว่าเป็นตัวเดินเรื่องธรรมดาที่โผล่มาเล่าเรื่องให้ผ่านไป แต่กิกิในเรื่องแสดงถึงอารมณ์การแสดงออกได้อย่างลึกมากเรียกได้ว่าแค่เห็นหน้าเธอก็รู้สึกถึงสิ่งที่เธอคิดอยู่ภายในแล้ว ทำให้เธอสามารถแบกรับเรื่องทั้งเรื่องจนจบได้สบายๆ เลย ในตอนกลางถึงท้ายเรื่องเมื่อเธอต้องไปส่งของแล้วทำให้ต้องพลาดการไปงานเลี้ยงกับเพื่อนนั้น มันทำให้ผมเห็นเลยว่าเธอก็มีความคิดไม่ต่างจากเด็กคนหนึ่งที่ก็อยากไปทำอะไรตามใจซักครั้ง จนเก็บไปคิดทำให้เธอไม่สามารถขี่ไม้กวาดและพลังแม่มดก็หายไป แถมยังทำไม้กวาดที่แม่ให้มาหักเสียอีกด้วยแล้ว ถึงเธอจะไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำในตอนนั้น แต่ถ้าผมถามเธอได้ก็คงจะถามแบบตัวละครอื่นในเรื่องว่า "การบินของเธอนั้นมีไว้เพื่ออะไร?" แต่แล้วก็ไม่ต้องรอนาน กิกิเธอก็คิดหาคำตอบนั้นออกได้เอง เมื่อลูกค้าที่เธอเคยช่วยเหลือไว้เรียกเธอไปเซอร์ไพส์ด้วยเค้กวันเกิด ที่ถึงแม้จะไม่รู้ว่ากิกิเกิดวันอะไรก็ตาม ใช่แล้วเธอได้คำตอบกับคำถามที่ตั้งไว้ และเมื่อเพื่อนของเธอทอมโบตกอยู่ในอันตราย และมีแต่เธอเท่านั้นที่อาจจะช่วยเขาได้เธอก็สามารถกลับมาบินได้อีกครั้งพร้อมกับรีบไปช่วยเขา ถึงมันอาจจะดูทุลักทุเลไปบ้าง แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงด้วยดี

กิกิ : "แม่คะ หนูไม่ชอบเสื้อตัวนี้เลยมันดูเก่าแล้ว สีก็ไม่สวยด้วย"
แม่ : "มันไม่สำคัญหรอกจ๊ะ มันอยู่ที่ภายในของลูกต่างหาก"

 

 

website nicovideo ถูกฟ้อง!!

posted on 03 Jul 2008 18:58 by baew-kun  in Animation

ข่าวสั้นๆ แต่อาจจะกระทบใครหลายคนที่เข้าไปดู อนิเมะ ต่างๆ ในเว็บนี้อยู่(รวมถึงผมด้วยคนนึง)

ข่าวมีอยู่ว่า วันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา เหล่า สมาคมอนิเมชั่นและผู้ประกอบการต่างๆ ได้ทำการฟ้องร้องเว็บ nicovideo เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ของสื่อ วิดิโอในเว็บไซด์ ซึ่งรอบนี้ไม่ได้แค่เพียง อนิเมะที่อัดจากทีวีเท่านั้นแต่ยังรวมถึง MAD video ที่แฟนๆ ทำมาลงกันอีกด้วย ซึ่งในการฟ้องร้องคราวนี้ได้ทำการขอให้ทาง nicovideo เอาวิดิโอเหล่านั้นออกจากเว็บไซด์เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

โดยบริษัทที่ทำการร่วมกันฟ้องร้องครั้งนี้ได้แก่ Sunrise, Gonzo กับ 34 สตูดิโอและอีก 22 สมาชิกของ JVA (Japan Video Software Association) พ่วงด้วยบริษัทเกี่ยวข้องอื่นเช่น สำนักพิมพ์ Kadokawa, Walt Disney, Sony Enterainment และรวมถึง สมาคมผู้ทำหนังของญี่ปุ่น หรือ MPPA (Japan Federation of Film Producers Associations) ที่มีชื่อของบริษัทหนังอย่าง Shochiku Toho Toei อีกด้วย

 

เอาละพี่น้องโดนจนได้ จะเป็นอย่างไรต่อไปเนี่ย = ' ' =" ไม่ขอออกความเห็นแค่มาบอกเล่าสู่กันฟังแบ้ว


 ปล. ผมอาจจะแปลตกหล่นไปบ้างเพราะไม่เก่งเรื่องภาษา ยังไงลองดูตามต่อที่ลิ้งได้เลย

แหล่งที่มา http://japan.cnet.com/news/media/story/0,2000056023,20376453,00.htm

เอากับเขาบ้าง REVIEW DVD HARUHI

posted on 11 Jul 2008 09:28 by baew-kun  in Animation

 

เห็นเขาพูดถึงกันเยอะแล้วเลยถือโอกาสเอาบ้าง ความจริงก็ว่าจะเอามาพูดถึงนานแล้วแต่เพราะผมเพิ่งได้แผ่นมาเมื่อวานเลยเพิ่งได้มาเขียนล่ะนะ แอบขำตอนไปเอาของที่ร้านนิดหน่อยตอนผมกำลังรอแผ่นที่สั่งจองไว้กับพนักงานมีอีกคนเอา VCD มาถามพนักงานว่ามี DVD ไหม พนักงานบอกว่าของหมดแล้วต้องรอนะ พอเขาเห็นอีกคนถือของผมที่จองออกมาก็ทำหน้าตกใจอยากได้ๆ ใหญ่ (แอบคิดในใจ อืมขายต่อให้เอาไหมไม่อยากได้เท่าไหร่แล้ว ฮา) พอเถอะ = '~' ="

พอแผ่นเดินทาง(พร้อมผม) มาถึงบ้านก็รีบเอามาเทสทันทีเพราะอยากรู้เหลือเกิ๊นว่ามันสมคำล่ำลือซักแค่ไหน อันนี้ผมจะบอกตามความรู้สึกของผมจากที่ได้ลองกับเครื่องที่บ้านครับ คิดว่ายังไงแต่ละคนก็คงเปิดกับทีวีหรือเครื่องเล่นที่ต่างกันไปผลอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้อ่ะ = ' ' =

เริ่มจากเมนูในแผ่นอืม เปิดมาก็โอเคด้วยภาพวาดของ  Noizi Ito ต่อมาที่พูดถึงกันก็คือส่วนที่เืลือกตอนต่างๆ ที่มันไม่มีเลือก ฉาก แบบแบ่ง OP ED กลางตอน คือมีแค่เลือกตอน 1 2 3 4 ไปเลย ส่วนตัวผมไม่อะไรมากกับพวกนี้เท่าไหร่เพราะคิดว่าไอ้เมนูคนไทยทำเองคงไปหวังมากไม่ได้ ต่อไปก็ลองเปิดเรื่องดูอืม ภาพ... สมคำล่ำลือจริงครับภาพมีแตกแบบเป็นเหลี่ยม ไม่พอยังมีแบบหยักของขอบภาพอีกต่างหาก(เยอะด้วย) ยิ่งตอน OP ไม่ต้องพูดถึงภาพแตกแบบไม่น่าให้อภัยสำหรับ DVD9 เลย แต่ผมก็แปลกใจอีกหน่อยตรงเห็นว่า bitrate ของภาพมันเยอะใช้ได้ อยู่ที่ 7-8 Mbps แต่ทำไมภาพมันถึงได้แย่แบบนี้ อันนี้ผมขอโทษคนทำเลยครับ ตอนบีบอัดต้นฉบับมาลงแผ่น ผมว่าทำได้แย่ไม่สมกับ bitrate ของภาพที่เยอะๆ เลย

ภาพเป็นระบบ PAL ที่ความละเอียด 720*576 (ตามาตรฐาน) ซึ่งอันนี้ผมสงสัยนิดหน่อยว่า ต้นฉบับเนี่ย น่าจะเอามาจากฝั่ง US หรือทางยุโรปรึเปล่า เพราะว่่าถ้ามาจาก ญี่ปุ่นเลย มันน่าจะเป็น NTSC ครับ (ทีวีบ้านเราส่วนมากจะเป็น NTSC ญี่ปุ่นก็ด้วย ตามที่ผมเข้าใจนะ แต่ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่เพราะเดี๋ยวนี้มันปรับได้ ฮา) เสียงญี่ปุ่นเป็นแบบ dolby surround 2.0 192 kbps ครับ ส่วนพากย์ไทยเป็น 448 kbps มากกว่าเสียง ญี่ปุ่น (เห็นได้ชัดว่ามันดังกว่าเยอะ

ต่อมาก็เสียงพากย์ครับ ปกติผมก็ไม่ค่อยได้ดูแบบพากย์บ่อยนักแต่ดูแล้ว ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่(มั้ง) จากที่ลองดูพากย์ไทยไป 2-3 ตอนก็ค่อนข้างพอใจสำหรับมาตรฐานแบบไทยๆ subtitle ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ ดูไปเข้าใจรู้เรื่องไม่ขัดใจเท่าไหร่ แต่อาจจะมีบางช่วงที่ timing ไม่ตรงนักก็เอาไม่เป็นไรไม่น่าเกลียดอะไรมากนัก

แพ็กเกจครับ ผมไม่มีรูปที่ถ่ายเองเลยเอามาได้แค่รูปจากเว็บของ rose (ยังไม่มีกล้องซะทีง่ะ) อ่านมาหลายที่บอกว่ามันแถมสมุดภาพ ผมว่ามันไม่ใช่สมุดภาพนะครับ ออกแนวสมุดฉีกที่ไม่ต้องฉีกมันก็จะหลุดออกมาเองอยู่แล้วมากกว่า (ฮา) ข้างในก็เป็นภาพวาดกับเป็นหน้าขาวดำเหมือนเอาไว้จดโน๊ตอะไรซักอย่าง กล่องผมว่ามันออกแบบใหญ่เกะกะไปนิด(ไม่มีที่เก็บ) พกพาไปด้วยลำบากอยู่เหมือนกัน

สุดท้ายจากที่ลองดูมาทั้งหมด ผมก็เลยไปดูขนาดของไฟล์ในแผ่นหน่อยว่า มันเท่าไหร่ พอดูแล้วจำนวนความจุที่ใช้ไปสำหรับ DVD9 รวมทั้งหมดในแผ่น เท่ากับ 4.46 GB ครับ!! เ้ข้าใจครับว่ามันไม่มี feature อื่นแถมนอกจากอนิเมะ แต่ที่อยากบ่นก็คือ แบบนี้ไม่ต้องมาบอกว่าทำลง DVD9 หรอกครับ DVD5 ก็ได้แล้ว ที่แผ่นต่างประเทศเขา DVD9 เพราะเขาใช้คุ้มครับมี feature แถม จนมันเกินแผ่น DVD5 แน่นอน แต่นี่ไม่มีอะไรเลย ผมว่าไม่จำเป็นต้องทำ DVD9 ก็ได้ หรือแค่อยากให้ ดูตามกระแสว่าข้าทำ DVD9 เหมือนกันนะตัวเอง ? 

สรุปรวมผมว่าการพากย์ แปล และ subtitle ผมว่าโอเคในระดับหนึ่งแล้วเหลือต้องแก้จุดเล็กน้อยนิดหน่อย แต่ที่แย่คือภาพที่รับไม่ได้เลย แล้วก็ถ้าทำ DVD9 แล้วก็น่าจะเพิ่มอะไรมากกว่านี้หน่อย แต่ก็เข้าใจอาจจะทำให้ราคาถูกลง ดูจากราคาแล้ว (ปก875) ผมซื้อมา 599 บาท มันก็สมราคาแล้วละนะ.... ช่างมัน.... เหอะ... มันก็พูดยากครับ ขอจบตรงนี้ด้วยความเห็นผมว่า "ของถูกได้แค่นี้ก็ว่าไม่ดี แต่ถ้าทำมาดีเลิศแต่แพง ก็ไม่มีเงินซื้อกันอีกสุดท้ายก็เข้ากรอบเดิม แต่ยังไงก็ช่วยสนับสนุนของลิขสิทธิ์กันหน่อยนะ"

 

ป.ล.  อยากหารูปมาลงแต่เพราะกล้องผมมันเจ๊งไปแล้วยังไม่ได้ซื้อใหม่เลยมีเท่านี้ล่ะคร้าบบบ T_T